อากาศร้อน…ไม่ได้เสี่ยงแค่คน! น้องหมาน้องแมวกำลังเผชิญอะไรอยู่ และเจ้าของต้องระวังอะไรบ้าง?
ช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ ไม่ใช่แค่คนที่เหนื่อยเพลีย แต่น้องหมาและน้องแมวก็กำลังเผชิญความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ขนหนา อายุมาก น้ำหนักเกิน หรือมีโรคประจำตัว จะยิ่งเสี่ยงเป็นพิเศษ
สำหรับสุนัข ความเสี่ยงจะสูงกว่าเพราะพวกเขาระบายความร้อนได้เพียงการ “หอบ” และเหงื่อออกได้เล็กน้อยที่อุ้งเท้าเท่านั้น จึงเกิดภาวะ ฮีตสโตรก (Heatstroke) ได้ง่ายกว่าที่คิดค่ะ
5 เรื่องที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องกังวลในหน้าร้อน
เสี่ยงฮีตสโตรก (Heatstroke): สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบสังเกต คือ หอบแรงผิดปกติ, น้ำลายไหลมาก, ซึม, อ่อนแรง, เดินไม่ตรง หรืออาเจียน ข้อมูลจาก ASPCA ระบุว่าหากอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะชักหรือถ่ายปนเลือดได้
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): น้องแมวมักจะหาที่ร่มและดื่มน้ำมากขึ้นตามธรรมชาติ เจ้าของควรเตรียมน้ำสะอาดและจุดพักในร่มที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา
อุ้งเท้าไหม้จากพื้นร้อน: พื้นปูนหรือยางมะตอยกลางแจ้งอาจร้อนจัดจนผิวอุ้งเท้าไหม้ได้ ทริคง่ายๆ จาก RSPCA คือ “ถ้าพื้นร้อนจนเราแตะมือไว้ไม่ได้นาน 5 วินาที ก็ร้อนเกินไปสำหรับน้องหมาเช่นกัน”
กลิ่นตัวและขนเหนียวเหนอะหนะ: อากาศร้อนทำให้เหงื่อและฝุ่นสะสมง่ายขึ้น การแปรงขน (Grooming) สม่ำเสมอจะช่วยกำจัดขนตายออก ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้นและลดกลิ่นตัวได้ค่ะ
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ: สุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้น (ปั๊ก, เฟรนช์บูลด็อก, เปอร์เซีย), สัตว์เลี้ยงอายุมาก หรือน้องที่มีโรคหัวใจและปอด กลุ่มนี้จะระบายความร้อนได้แย่กว่าปกติ
วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวัน (ฉบับเจ้าของมือโปร)
เติมน้ำสะอาด: ให้มีน้ำดื่มวางไว้หลายๆ จุดตลอดวัน
อากาศถ่ายเท: มีมุมร่มและอากาศโปร่งสบาย
เลือกเวลาเดินเล่น: พาออกไปทำกิจกรรมช่วงเช้าตรู่หรือเย็นจัดที่พื้นเริ่มเย็นลง
ห้ามทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด: อุณหภูมิในรถพุ่งสูงเร็วมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาไม่กี่นาที


