รับมือฮีตสโตรกสัตว์เลี้ยง: 5 เรื่องที่ทาสหมาแมวต้องระวังในช่วงอากาศร้อนจัด

2149658778การดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงอากาศร้อนจัด โดย กู๊ดแกนิค

อากาศร้อน…ไม่ได้เสี่ยงแค่คน! น้องหมาน้องแมวกำลังเผชิญอะไรอยู่ และเจ้าของต้องระวังอะไรบ้าง?

ช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ ไม่ใช่แค่คนที่เหนื่อยเพลีย แต่น้องหมาและน้องแมวก็กำลังเผชิญความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ขนหนา อายุมาก น้ำหนักเกิน หรือมีโรคประจำตัว จะยิ่งเสี่ยงเป็นพิเศษ

สำหรับสุนัข ความเสี่ยงจะสูงกว่าเพราะพวกเขาระบายความร้อนได้เพียงการ “หอบ” และเหงื่อออกได้เล็กน้อยที่อุ้งเท้าเท่านั้น จึงเกิดภาวะ ฮีตสโตรก (Heatstroke) ได้ง่ายกว่าที่คิดค่ะ

 

วิธีสังเกตอาการฮีตสโตรกในสุนัขและแมว

5 เรื่องที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องกังวลในหน้าร้อน

  1. เสี่ยงฮีตสโตรก (Heatstroke): สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบสังเกต คือ หอบแรงผิดปกติ, น้ำลายไหลมาก, ซึม, อ่อนแรง, เดินไม่ตรง หรืออาเจียน ข้อมูลจาก ASPCA ระบุว่าหากอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะชักหรือถ่ายปนเลือดได้

  2. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): น้องแมวมักจะหาที่ร่มและดื่มน้ำมากขึ้นตามธรรมชาติ เจ้าของควรเตรียมน้ำสะอาดและจุดพักในร่มที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา

  3. อุ้งเท้าไหม้จากพื้นร้อน: พื้นปูนหรือยางมะตอยกลางแจ้งอาจร้อนจัดจนผิวอุ้งเท้าไหม้ได้ ทริคง่ายๆ จาก RSPCA คือ “ถ้าพื้นร้อนจนเราแตะมือไว้ไม่ได้นาน 5 วินาที ก็ร้อนเกินไปสำหรับน้องหมาเช่นกัน”

  4. กลิ่นตัวและขนเหนียวเหนอะหนะ: อากาศร้อนทำให้เหงื่อและฝุ่นสะสมง่ายขึ้น การแปรงขน (Grooming) สม่ำเสมอจะช่วยกำจัดขนตายออก ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้นและลดกลิ่นตัวได้ค่ะ

  5. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ: สุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้น (ปั๊ก, เฟรนช์บูลด็อก, เปอร์เซีย), สัตว์เลี้ยงอายุมาก หรือน้องที่มีโรคหัวใจและปอด กลุ่มนี้จะระบายความร้อนได้แย่กว่าปกติ


 

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวัน (ฉบับเจ้าของมือโปร)

  • เติมน้ำสะอาด: ให้มีน้ำดื่มวางไว้หลายๆ จุดตลอดวัน

  • อากาศถ่ายเท: มีมุมร่มและอากาศโปร่งสบาย

  • เลือกเวลาเดินเล่น: พาออกไปทำกิจกรรมช่วงเช้าตรู่หรือเย็นจัดที่พื้นเริ่มเย็นลง

  • ห้ามทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด: อุณหภูมิในรถพุ่งสูงเร็วมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาไม่กี่นาที

share

Related Blog