ปวดประจำเดือน: สัญญาณเตือนจากร่างกายที่มากกว่าแค่ “เรื่องมดลูก”

caucasian-woman-having-painful-period-cramps

เจาะลึกกลไกความปวด ผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์ และศาสตร์การแพทย์แผนไทย

ความเชื่อที่ว่า “ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องปกติ อดทนเดี๋ยวก็หาย” อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เพราะจริงๆ แล้ว อาการปวดคือภาษาที่ร่างกายกำลังสื่อสารถึงความไม่สมดุลภายใน ทั้งระบบฮอร์โมน การอักเสบ และการไหลเวียนของเลือดลม

เมื่อรอบเดือนมาพร้อม "ความปวด"

เราต้องเข้าใจสาเหตุจากฮอร์โมนไปจนถึงการดูแลแบบสมดุลร่างกาย

เพราะกลไกการปวดประจำเดือนในมุมวิทยาศาสตร์  ผู้หญิงปวดประจำเดือนเพราะฮอร์โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) กระตุ้นให้มดลูกบีบตัวขับเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวออกมา เมื่อมีการหลั่งสารนี้มากเกินไป จะทำให้มดลูกบีบตัวรุนแรงขึ้น เกิดอาการปวด ปวดบีบ ปวดหน่วงที่ท้องน้อย และอาจมีอาการอื่นร่วม เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหลัง และปวดศีรษะ

asian-women-have-stomach-aches-discomfort-bed

กลไกการเกิดอาการปวด

ร่างกายผู้หญิงจะมีการเตรียมมดลูกทุกเดือน โดยการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาขึ้นเพื่อเตรียมรับการตั้งครรภ์   แต่หากไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุโพรงมดลูกจะสลายตัว และร่างกายจะหลั่งสารโพรสตาแกลนดิน(Prostaglandins) เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัวทำให้เกิดแรงดัน ขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเป็นประจำเดือน และเป็นสาเหตุของอาการปวด   บางคนปวดมาก และอาจมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสียร่วมด้วย 

สาเหตุอื่นที่อาจทำให้ปวดประจำเดือนรุนแรง (ปวดแบบทุติยภูมิ*) อาการปวดอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น: 

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) 

เนื้องอกในมดลูก (Uterine Fibroids) 

ถุงน้ำในรังไข่ (PCOS) 

อุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease) 

ปากมดลูกตีบ (Cervical Stenosis) 

front-view-cinnamon-mint-alogn-with-fresh-tea-white-ingredients-spices-color

แพทย์แผนไทยมองอาการปวดประจำเดือนอย่างไร?

ในแพทย์แผนไทย จัดอาการปวดประจำเดือนอยู่ในกลุ่ม “ระดูพิการ” ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับภาวะ เลือดลมเดินไม่สะดวก เลือดคั่ง เลือดเย็น หรือมีลมกำเริบ

เมื่อเลือดไม่ไหลเวียนดีร่างกายต้องใช้แรงมากขึ้นในการขับระดูออก จึงเกิดอาการปวด หน่วง หรือบีบเป็นพัก ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการหดรัดตัวของมดลูกในมุมวิทยาศาสตร์



3 สัญญาณอันตราย: เมื่อไหร่ที่ควรข้ามขั้นตอนการ "อดทน" ไปพบแพทย์?

  1. ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
  2. ปวดนานผิดปกติ หรือปวดล่วงหน้าหลายวันก่อนประจำเดือนมา
  3. มีอาการร่วมที่น่าสงสัย เช่น ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็น

อาการปวดประจำเดือนไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงต้องทนเป็นประจำ การเข้าใจกลไกของร่างกาย ทั้งในมุมวิทยาศาสตร์ และมุมแพทย์แผนไทย จะทำให้เราเลือกวิธีดูแลตัวเอง ได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัยค่ะ

#สมุนไพรสายวิทย์   #ภูมิปัญญาและสมุนไพรไทย  #ปวดประจำเดือน



32278325_22_06_03_pain_and_sleep_characters_similars_5
shere

Related Blog